แนะนำการเลี้ยงดูเด็กอายุ 10 ขวบ

เด็กในแต่ละวัยย่อมมีพัฒนาการที่แตกต่างกันออกไป เมื่อเป็นเช่นนี้แน่นอนว่าเรื่องของการเลี้ยงดูก็ย่อมที่จะต้องแตกต่างกันไปตามแต่สภาพในช่วงเวลานั้นๆ ด้วยเช่นเดียวกัน ด้วยความที่เด็กแต่ละวัยจะมีทั้งร่างกาย จิตใจ ความคิดที่พัฒนาขึ้นตามลำดับการเลี้ยงดูที่ดีเองก็จำเป็นจะต้องมีความเข้าใจเด็กในช่วงแต่ละวัยด้วยเหมือนกัน หากเป็นเด็กวัย 10 ขวบ ซึ่งหลายๆ ที่บ่งบอกว่าเริ่มเตรียมตัวเข้าสู่วัยแรกรุ่นแล้วก็ย่อมมีการเลี้ยงดูที่ต้องเข้าใจเด็กวัยนี้ด้วย การเลี้ยงดูที่ดีต้องไม่ทำให้เขาเหมือนเด็กเล็กๆ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะสอนให้เขาเข้าใจในความเป็นผู้ใหญ่แบบเต็มตัว การเลี้ยงดูเด็กอายุ 10 ขวบ เข้าใจในความคิดของเด็ก – สิ่งแรกในการเลี้ยงเด็กไม่ว่าจะวัยใดก็ตามการเข้าใจความคิดของเขาเป็นเรื่องดีที่สุด สำหรับเด็กวัย 10 ขวบ วัยนี้เขาเริ่มที่จะมีความคิดที่โตมากขึ้นเพราะมีการเข้าสังคมมากขึ้น ได้เรียนรู้อะไรต่างๆ มากขึ้น เริ่มมีการตัดสินใจด้วยตัวเองได้ในบางเรื่อง เพราะฉะนั้นก็ควรเข้าใจในความคิดที่เขาคิดอยู่ว่าเป็นอย่างไร หากอันไหนดีก็สนับสนุนแต่ถ้าเรื่องไหนไม่ดีก็ต้องอธิบายให้เข้าใจว่าการคิดแบบดังกล่าวมันจะส่งผลเสียอย่างไรบ้าง เริ่มวางแผนอนาคตในสิ่งที่เขาชื่นชอบ – เด็กวัยนี้เริ่มที่จะแสดงออกในสิ่งที่เขาชอบออกมาได้บ้างแล้ว อาทิ การวาดรูป การ้องเพลง การเรียน เป็นต้น หากเริ่มสังเกตได้ว่าเด็กชอบอะไรเป็นหลักก็ให้ลองพูดคุยพร้อมทั้งสนับสนุนเรื่องดังกล่าวอย่างเต็มที่เพื่ออนาคตที่ดีของเด็กเอง เริ่มให้รู้จักเข้าสังคมที่ใหญ่ขึ้น – การสอนให้เข้าสังคมที่ใหญ่ขึ้นก็คือเริ่มให้รู้จักมีการวางตัวที่ดี ใช้คำพูดที่สุภาพ สอนให้รู้จักว่าสิ่งไหนควรทำหรือไม่ควรทำ เช่น มารยาทในการทานข้าวกับเพื่อน, การมีน้ำใจกับผู้อื่น เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จะทำให้เด็กติดตัวไปเมื่อเขาโตขึ้น มีการอธิบายความเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกาย – เด็กวัย …

ควรเลือกอาหารแบบไหนให้ทารก

การเลี้ยงเด็กในแต่ละวัยก็จะมีความแตกต่างกันออกไป สำหรับวัยทารกเองถือว่าเป็นวัยที่พ่อแม่จำเป็นต้องดูแลเอาใจใส่ให้มากที่สุดเนื่องจากว่าเด็กในวัยนี้ยังไม่สามารถช่วยเหลืออะไรกับตัวเองได้เลย เมื่อเป็นเช่นนี้ความใส่ใจในหลายๆ เรื่องของพ่อแม่จึงเป็นสิ่งสำคัญไม่น้อยโดยเฉพาเรื่องของอาหาร หลายคนอาจพอรู้ว่ามาบ้างว่าในวัยทารกอาหารที่ดีที่สุดคืออะไรแต่ประเด็นสำคัญอีกเรื่องก็คือนอกจากรู้แล้วสิ่งที่จำเป็นตามมาก็คือควรรู้หลักที่ถูกต้องในการให้ทารกทานอาหารเหล่านั้นด้วย อาหารที่ควรเลือกให้ทารกทาน วัยทารกคือวัยที่อยู่ระหว่าง 0-12 เดือน ซึ่งอาหารที่เหมาะสมที่สุดของวัยนี้ก็คือ นมแม่ เนื่องจากนมแม่จะมีสารอาหารที่ครบถ้วนสำหรับทารกในการเสริมสร้างสุขภาพร่างกายให้สมบูรณ์แข็งแรงอยู่เสมอ เพราะฉะนั้นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับเด็กวัยนี้ที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ก็คือนมแม่นั่นเอง อย่างไรก็ตามเมื่อมีการพัฒนาตามวัยและตามอายุมากขึ้นการให้นมแม่อย่างเดียวอาจทำให้ทารกได้รับสารอาหารไม่เพียงพอเพราะฉะนั้นในแต่ละช่วงวัยของการเป็นทารกก็ควรมีอาหารเสริมบางอย่างที่จะช่วยให้ร่างกายของเขาแข็งแรงมากขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน อายุ 3 เดือน เริ่มป้อนอาหารที่ให้พลังงานมากขึ้นเพื่อเพิ่มความอบอุ่นของร่างกาย อาทิ น้ำข้าว แล้วค่อยๆ เปลี่ยนเป็นข้าวบด ข้าวต้ม โจ๊ก เพื่อฝึกให้เด็กได้รับอะไรที่แปลกใหม่ อายุ 4-5 เดือน เริ่มป้อนธัญพืชที่ย่อยง่ายแต่ให้พลังงานและธาตุเหล็กที่ดี อาทิ ข้าว ข้าวสาลี ข้าวโอ๊ต ข้าวบาเลต์ หรือถ้าหากเป็นแบบสำเร็จก็สามารถนำมาผสมกับนมได้สด นมผง หรือนมถั่วเหลืองได้ อายุ 6-8 เดือน เริ่มให้ทานผลไม้ต่างๆ เพื่อให้ร่างกายเด็กได้รับวิตามินซีในการบำรุงเหงือก ฟัน และกระดูก เพราะเริ่มมีฟันขึ้นทำให้เริ่มทานอาหารที่แข็งมากขึ้นได้ อาทิ องุ่นแบบแกะเม็ดออก มะละกอสุก สับปะรดชิ้นเล็กๆ หรือเงาะฝานเป็นชิ้นบางๆ …

supersparents school

การเลือกโรงเรียนให้ลูกน้อยบันไดก้าวแรกสู่ความสำเร็จ

ในปัจจุบันการเลือกโรงเรียนให้กับลูกน้อยของเราถือว่าเป็นอีกปัญหาหนักใจสำหรับ พ่อ – แม่ ผู้ปกครองที่จะต้องปล่อยให้ลูกน้อยของเราต้องไปเผชิญโลกกว้างเพื่อการเตรียมตัวเข้าสู่สังคมในอนาคต โรงเรียนจึงถือเป็นบันไดขึ้นแรกในการเตรียมพร้อมเข้าสู่สังคม ปัจจุบันในยุคสมัยที่เปลี่ยนไปมีหลายสิ่งหลายอย่างที่แปรเปลี่ยนไปตามยุคสมัย หากย้อนมองไปในอดีต ครอบครัวแต่ละครอบครัวนั้นมีลูกหลายคน เพื่อให้เหล่าลูกๆ นั้นช่วยทำงานแบ่งเบาภาระแต่ในปัจจุบันครอบครัวส่วนมากนั้นมีลุกน้อยลง เฉลี่ยครอบครัวละ 2-4 คนเท่านั้นเนื่องในสภาวะสังคมในปัจจุบันที่มีการแข่งขันที่สูงขึ้น การศึกษาจึงเป็นสิ่งจำเป็นในการปูทางอนาคตให้กับลุกๆ ของเรา ดังนั้นโรงเรียนจึงถือว่าเป็นสถาบันที่สำคัญไม่แพ้สถาบันครอบครัวเลยทีเดียว วันนี้เราเลยมีหลักเกณฑ์ เล็กๆน้อยๆ ให้กับพ่อ – แม่ผู้ปกครองที่กำลังจะหาโรงเรียนให้กับลูกน้อยของเรา การเลือกโรงเรียนให้กับลูกน้อย -เดินทางสะดวกอยู่ใกล้ที่บ้านหรือที่ทำงาน สำหรับสังคมเมืองแล้วการเลือกโรงเรียนของลูกน้อยให้อยู่ใกล้กับที่ทำงานหรือบ้านถือว่าช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการไปรับไปส่ง และยังสามารถไปหาลูกของท่านได้ทันทีหากเกิดเหตุด้วนที่ต้องรีบไปรับ -สะอาด ปลอดภัย และกว้างขวาง ถือว่าเป็นอีกปัจจัยหนึ่งในการเลือกที่จะให้ลุกน้อยของเราได้ก้าวเข้าไปสู่สังคมที่มีความปลอดภัยทั้งจากสภาพแวดล้อมหรืออุปกรณ์ต่างๆ ที่ลูกของเราไปสัมผัส และต้องมีพื้นที่กว้างขวางเพื่อใช้ในกิจกรรมอีกด้วย -บุคลากรครูและผู้เกี่ยวข้อง เราต้องแน่ใจว่าโรงเรียนที่เราไว้วางใจฝากลุกของเราไปเรียนนั้นต้องมีบุคลากรที่มีคุณภาพ และมาตรฐาน มีทัศนะคติและจริยธรรมที่ดี ในการอบรมสั่งสอนลูกเรา -อาหารปัจจัยสำคัญโดยตรงในการเลือกโรงเรียน เพราะอาหารนั้นเป็นส่วนสำคัญซึ่งส่งผลโดยตรงกับตัวเด็ก โรงเรียนที่ดีต้องมีโรงอาหารที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และเพียงพอต่อจำนวนของเด็กนักเรียน และมีระบบของการจัดการเวลาทานอาหารในมื้อต่างๆ อย่างดี

supersparents warm

ความอบอุ่นในครอบครัวปัจจัยหลักในการเติบโตของลูกน้อย

ครอบครัวสถานที่ๆ รวบรวมบุคคลที่สืบทอดเชื้อสาย และอยู่ร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็น พ่อ แม่ ญาติพี่น้อง นั่นเองจึงเรียกว่าสถาบันครอบครัว หากเราย้อนมองดูแล้วในสมัยเด็กนั้นที่พึ่งเดียวของเด็กก็คือครอบครัวที่คอยค้ำจุน จึงอาจจะมองว่าเด็กจะเป็นอย่างไรให้ดูที่พื้นฐานของครอบครัว เพราะเด็กนั้น ต้องการความรับความอบอุ่น และการเอาใจใส่ของครอบครัว พร้อมกับได้รับการอบรมสั่งสอนที่ดีทั้งจากในครอบครัว และโรงเรียนนั่นเอง ดังนั้นเราจะมาดูถึงภาวะปัจจัยที่จะส่งเสริมให้เด็กในวันนี้เป็นเด็กที่มีคุณภาพในอนาคต เลี้ยงดูอย่างไรเพื่อให้เด็กมีคุณภาพ -การสร้างความรัก และความผูกพันในครอบครัว นับเป็นพื้นฐานสำคัญในการดูแลลูกน้อย ผู้ปกครองจะต้องสร้างความสนิทสนมผูกพันให้เกิดขึ้นตั้งแต่วัยแรกเกิด ต้องเอาใจใส่อย่างอ่อนโยน และทะนุถนอม พยามเอาใจใส่ในกิจกรรมต่างๆ ต่างๆ อย่ามองข้ามเรื่อง เล็กๆ น้อยๆ สิ่งนี้ถือเป็นปัจจัยขั้นพื้นฐานที่จะเป็นบันไดก้าวแรกในการอบรมในวัยเด็กอย่างได้ผล -การให้รางวัลในเชิงบวก ในการวิจัยวิธีนี้ประสบความสำเร็จในการพัฒนาลูกน้อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อเด็กได้ทำกิจกรรมที่ปรารถนา ผู้ปกครองควรมอบรางวัลให้แก่เด็ก อาทิ เช่น คำชมเชย ความรัก การสัมผัสอย่างอ่อนยอน วิธีนี้จะทำให้เด็กนั้นกลายเป็นคนที่อ่อนโยน -การดูแลสิ่งแวดล้อมโดยรอบตัวเด็ก ผู้ปกครองควรจัดสิ่งแวดล้อมรอบตัวเด็กให้สอดคล้องกับพัฒนาการของตัวเด็ก เช่นการร่วมเล่นเกมส์กับเด็กเพื่อให้เด็กนั้นสามารถเข้าใจหลักเกณฑ์ กฎกติกา และการรู้ผลการแพ้ชนะ การอ่านหนังสือร่วมกันก็เป็นการฝึกให้เด็กรักการอ่าน -เปิดโอกาสให้เด็กโต้ตอบ พยามเปิดโอกาสให้เด็กได้แสดงความรู้สึกต่อผู้ปกครองเราจะได้ทราบว่าเด็กนั้นชอบอะไร และไม่ชอบอะไร และเมื่อเรารับฟังเด็กแล้วจะสามารถต่อยอดในการอบรมสั่งสอนได้ว่าสิ่งที่เค้าคิดหรือแสดงออกนั้นเป็นเรื่องที่ดีหรือไม่ดี เพื่อที่จะสามารถหาทางแก้ไขหรือปรับปรุงพฤติกรรมที่อาจจะส่งผลในอนาคตได้

supersparents teach

ความสำคัญของการดูแลปลูกฝังตั้งแต่ยังเด็ก

การอบรมเลี้ยงดูเด็กตั้งแต่ในช่วงแรก (ปฐมวัย) ต่างก็มีจุดหมาย คือการเห็นเด็กที่เราดูแลนั้นเติบโตมามีอนาคตที่รุ่งเรือง, ,มีความสุขในการดำรงชีวิต และประสบความสำเร็จในชีวิต ทั้งนี้หากเรามองดูแล้วมีหลากหลายปัจจัยที่จะส่งผลต่อการดำเนินชีวิต และอนาคตของเด็ก ไม่ว่าจะเป็นการ อบรม , เชื้อชาติ , วัฒนะธรรมศาสนา , แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือสภาพแวดล้อม และพื้นฐานการเลี้ยงนั่นเอง อนาคตที่ดีเริ่มได้จากการอบรมแต่เด็ก -เพราะเด็กในวันนี้คือผู้ใหญ่ในวันหน้า และเขาจะสืบทอดสิ่งต่างๆ จากผู้ที่เลี้ยงดูเขา -เพราะเขาเป็นหนึ่งในสมาชิกของครอบครัวเราที่เกิดขึ้นจากความรักนั่นเองเขาจึงสมควรได้รับการดูแลเปรียบเสมือนเป็นหนึ่งในสมาชิกที่สำคัญของบ้าน -เพราะเด็กเป็นกระบอกเสียงของเยาชนจึงมีส่วนสำคัญในการพัฒนาสังคม ที่ผู้ใหญ่อาจจะมองข้ามหรือมองเป็นปัญหาเล็กๆ -เพราะเด็กนั้นสะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพ และความเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกในอนาคต เพราะเด็กในวันนี้เป็นผู้ใหญ่ในวันหน้าที่จะเป็นคนกำหนดรูปแบบสังคมในอนาคต -เราสามารถสังเกตเด็กได้เพราะเด็กเป็นช่วงวัยที่มีจิตใจบริสุทธิ์ เราจึงสามารถสังเกตได้ว่าสภาพแวดล้อมแบบไดพัฒนาเด็กให้เป็นแบบไหน เด็กเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าที่สุดในประเทศ เพราะเป็นทั้ง ความหวัง ปละเป็นอนาคตของบครอบครัวที่มีผลต่อการพัฒนา ชุมชน และประเทศชาติ สิ่งที่สำคัญที่สุดในการสร้างให้เด็กในวันนี้เป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพในชีวิตก็คือ การให้ความรัก ความเข้าใจ และการเอาใจใส่ ความอบอุ่นในครอบครัว พ่อแม่หรือผู้ที่ให้การดูแลอบรมสั่งสอนจึงมีส่วนสำคัญในการเปลี่ยนแปลงของเด็กในวัยนี้ เพื่อให้เด็กนั้นมีความพร้อมทั้งกาย และใจในการเติบโตเป็นอนาคตของชาติ

supersparents child

การเลี้ยงเด็กแรกเกิดที่คุณแม่มือใหม่ควรรู้

การมีสมาชิกเกิดขึ้นมาใหม่ถือว่าเป็นเรื่องที่ตื่นเต้นเป็นอย่างมาก ตั้งแต่วินาทีที่แรกที่คุณรู้ว่าตั้งครรภ์แล้ว ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของครอบของคุณจะดีและสมบูรณ์ขึ้น คุณจึงต้องฝึกการดูแลลูกน้อยเอาไว้ เพื่อเตรียมรับมือกับสมาชิกใหม่ในครอบครัว ที่แสนบอบบางและอ่อนต่อโลก มีวิธีการดูแลดังนี้ อาบน้ำให้ลูกน้อยของคุณแบบไหนถึงจะเหมาะสม คุณควรอาบน้ำให้ลูกน้อยเพียงวันล่ะ 2 ครั้งเท่านั้น เลือกช่วงเวลาในการอาบครั้งแรกอาจจะตอนช่วงสายๆ หน่อย ช่วยให้ลูกน้อยจะได้ไม่หนาวและจะไม่สบาย ครั้งที่ 2 อาบตอนใกล้ค่ำ โดยต้องเตรียมอุปกรณ์อาบน้ำคือ สบู่ แชมพู ผ้าเช็ดตัว ฟองน้ำ แผ่นกันลื่นที่นุ่มๆ อ่างอาบน้ำ ต้องใช้น้ำอุ่นๆ ไม่อย่างนั้นลูกน้อยของคุณอาจจะเป็นหวัดได้ ตอนอาบน้ำ ค่อยๆ วักน้ำแล้วก็ถูเบาๆ ให้ลูกน้อยของคุณได้ปรับอุณหภูมิเสียก่อน จากนั้นให้สระผมก่อนเป็นอันดับแรก คุณต้องประคองท้ายทายและหัวของลูกเอาไว้ ใช้นิ้วโป้งและนิ้วก้อยพับใบหูของลูกน้อยเอาไว้ ใช้นิ้วนวดบนศีรษะอย่างเบามือ การอาบน้ำให้ลูกน้อยของเราต้องเน้นความสะอาดตรงบริเวณข้อพับต่างๆ เพื่อไม่ให้สบู่ตกค้างและลูกน้อยเกิดอาการระคายเคือง เป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค เมื่อเช็ดตัวเสร็จแล้วให้เราทำความสะอาดลูกน้อยอีกครั้งที่สะดือ โดยใช้แอลกอฮอล์ 70 เปอร์เซ็นต์ แต่ห้ามทำแป้งบริเวณจุดนั้นเป็นอันขาด เพราะลูกน้อยอาจติดเชื้อได้โดยง่าย เสื้อผ้าของลูกน้อยบอบบาง ควรหาชุดที่นุ่มหรือเป็นผ้า 100 เปอร์เซ็นต์ มีตะเข็บน้อยๆ เพื่อป้องกันการเสียดสีให้น้อยที่สุด ป้องกันลูกน้อยเกิดอาการคันและผื่นขึ้น …

supersparents tutor

โรงเรียนกวดวิชาสำหรับเด็ก

โรงเรียนกวดวิชาในประเทศไทยนั้นถือว่ามีให้เลือกเยอะมาก ได้รับความนิยมมากสำหรับนักเรียน อีกทั้งยังมีแนวโน้นที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะสงสัยไทยนั้นเน้นไปที่การสอบเป็นหลักการเรียนเพิ่มหาความรู้นอกห้องเรียนจริงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่พอแม่นั้นให้ความสนใจให้ลูกไปเรียน ซึ่งการสอบในสมัยนี้มีการแข่งขันที่สูงในระดับมัธยมต้น-มัธยมปลาย ในระดับมหาวิทยาลัยยิ่งมีการแข่งขันสูงเพื่อที่จะได้เข้าในคณะที่ตัวเองต้องการ ยิ่งเลือกคณะที่ยากก็ยิ่งต้องเรียนหาความรู้เพิ่มเติมเพื่อที่จะไปแข่งขันกับคนอื่น อีกทั้งการเรียนกับโรงเรียนกวดวิชานั้นสอนไม่เหมือนกับการเรียนคาบปกติเพราะการเรียนในรูปแบบนี้สามารถที่เจาะจงวิชาที่ต้องการจะเรียนได้หรือรู้ว่าตัวเองอ่อนวิชาไหนก็สามารถเรียนเสริมได้ เป็นอีกทางของการแก้ปัญหาในการเรียนที่ตรงจุด โรงเรียนกวดวิชาที่เด่นๆในประเทศไทยที่ได้รับความนิยมก็มี Enconcept E-Acadamy โรงเรียนกวดวิชานี้มีจุดเด่นอยู่ตรงที่สอนแบบ Memolody  นั้นก็คือการเรียนรู้โดยอาศัยบทเพลง ซึ่งเด็กที่เรียนที่นี้ส่วนใหญ่ก็รู้ดีถึงความสนุกในรูปแบบการสอนนี้ อีกทั้งยังเป็นรูปแบบการสอนที่แปลกและเป็นเอกลักษณ์ของโรงเรียนนี้เลยก็ว่าได้ โดยรูปแบบการสอนของโรงเรียนนี้ทำให้นักเรียนสนใจในการเรียนมากขึ้นมีส่วนร่วมกับการเรียนสนุกสนาน และการนำคำศัพท์และบทเรียนมารวมกับดนตรีทำให้นักเรียนสามารถที่จะจดจำได้ดีขึ้น ทำให้หารเรียนวิชาคำศัพท์ที่ยากๆสามารถทำให้จดจำได้ง่ายอีกทั้งยังได้ความสนุกสนานไปพร้อมกัน ซึ่งนี้ก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่กวดวิชาที่น่าสนใจ

supersparents supplement

อาหารเสริมของเด็ก

อาหารที่ท่านให้กับทารกนั้นถ้าให้อย่างถูกต้องตามวัยนั้นจะดีต่อพัฒนาการของเด็กเป็นอย่างมาก เพราะในปัจจุบันพฤติกรรมการให้อาหารทารกในประเทศไทย ยังมีปัญหาการให้อาหารตามวัยอยู่ ยกตัวอย่างเช่น ส่วนประกอบไม่เหมาะสม เริ่มให้อาหารเร็วเกินไป สารอาหารไม่เพียงพอ ซึ่งส่งผลต่อน้ำหนักและการเจริญเติมโตไม่สมวัย ซึ่งมักจะพบกับเด็กที่มีอายุเกิน 6 เดือนไปแล้ว รวมไปถึงปัญหาอ้วน การขาดธาตุเหล็ก การขาดวิตามิน ซึ่งถ้าใครกำลังเจอกับปัญหาดังกล่าวก็มีวิธีแก้ง่ายๆโดยการหาคู่มือการทำอาหารสำหรับเด็กสักเล่มหรือมีข้อแนะนำดั่งต่อไปนี้ อาหารที่เหมาะสำหรับเด็กและทารก complementary food หมายถึงอาหารสำหรับเด็กหรือทารกที่นอกเหนือจากนำนมแม่หรือนมผสม ซึ่งดีต่อร่างกายเพื่อให้เด็กได้สารอาหารที่ครบถ้วนปราศจากโรค และเพียงพอกับความต้องการของร่างกายสำหรับในการเจริญเติมโต ซึ่งช่วยให้ทารกปรับการรับประทานอาหารเหลวมาเป็นอาหารกึ่งแข็งกึ่งเหลวได้ หรือ semisolid food เพื่อต่อๆไปจะได้ทานอาหารแบบผู้ใหญ่จะได้มีพัฒนาการในการกินที่เหมาะสม ความเหมาะสมและประโยชน์ของอาหารเด็กตามวัย ใน 6 เดือน แรกสารอาหารที่ได้จากน้ำนมแม่นั้นเพียงพอกับพัฒนาการของทารก หรือนมผสมสำหรับแม่ที่มีปัญหาการให้นมลูก ลูกจะได้สารอาหารที่ดีขนาดไหนนั้นขึ้นอยู่กับสุภาพของแม่ พอหลังจากนั้นทารกต้องได้สารอาหารเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นสารอาหารบางชนิด เช่น โปรตีน เหล็ก แคลเซียม สังกะสี ไอโอดีน วิตามินเอ ซึ่งจำเป็นต่อร่างกายของเด็กในวันนี้เป็นเรื่องปกติ ซึ่งสำหรับแม่ที่เจอกับปัญหาลูกน้ำหนักลดไม่สามารถให้สารอาหารจานมแม่ได้เพียงพอก็สามารถที่จะให้อาหารของเด็กก่อน 6 เดือน ได้แต่ไม่ควรให้เด็กอายุต่ำกว่า 4 เดือน

supersparents kingdergarden

เตรียมลูกเข้าอนุบาลควรทำอย่างไร

เมื่อลูกของท่านมีอายุถึง 3 ขวบ นั้นก็เป็นเรื่องที่ท้าทายของผู้เป็น พ่อแม่ที่จะต้องพาถูกของท่านไปสมัครโรงเรียนอนุบาล สำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ ถ้าหากมีวิธีรับมือที่ดีก็จะทำให้การพาลูกคุณไป โรงเรียนอนุบาลนั้นง่ายขึ้นมาก ซึ่งการส่งลูกของท่านไปโรงเรียนอนุบาลนั้นสำคัญในส่วนของพัฒนาการของเด็ก เพื่อให้เค้าได้เข้าสังคมและไปเจอเพื่อนๆ เป็นการเตรียมตัวที่จะเข้าไปเรียนในชั้นประถมต่อไป อีกทั่งจะได้รับความรู้ในการเขียนอ่าน ซึ่งพ่อแม่ในยุคนี้ไม่มีเวลาสอนเพราะลำพังแค่งานอย่างเดียวก็ไม่มีเวลาจะไปไหนมาไหนแล้ว นี้จึงเป็นทางออกที่ดีในการที่จะทำให้ลูกของท่านได้มีประสบการณ์ใหม่ๆ ฝึกการเข้าสังคมเพราะเมื่อโตขึ้นลูกก็ต้องแยกออกจากพ่อแม่อยู่กับกลุ่มเพื่อน และเมื่อไม่มีการเตรียมตัวที่ดีการเข้าโดรงเรียนของลูกอาจจะสร้างความปวดหัวให้ท่านและเด็ก ปัญหาที่พบมากสำหรับผู้ปกครองที่ส่งลูกไป โรงเรียนก็คือ ความวิตกกังวลในการแยกจากพ่อแม่ หรือ separation anxiety ความวิตกกังวลนี้มักจะเกิดขึ้นก็ตอนที่เด็กมีอายุ 6-8 เดือน เพราะในวัยนี้ลูกจะติดพ่อแม่เป็นพิเศษด้วยเพราะก่อนหน้านี้อยู่ด้วยกันตลอด ซึ่งก็แน่นอนอยู่แล้วว่าความเคยชินและอยู่ดีๆจะให้แยกจากพ่อแม่นั้นก็ไม่ใช่เรื่องที่จะทำกันง่ายๆ อย่างพ่อแม่จะไปทำงานก็ร้องตามนี้คือความกังวลของเด็ก แต่ก็ไม่ต้องเป็นห่วงไปเพราะเด็กจะเริ่มที่ติดพ่อแม่น้อยลงก็ตอนที่เด็กมีอายุ 3 ปีขึ้นไป ซึ่งก็ตรงกับตอนนี้ที่ลูกของท่านเข้าโรงเรียนอนุบาลพอดี ซึ่งถ้าพ่อแม่รู้ในจุดนี้ก็เป็นการง่ายที่จะให้ลูกของท่านเติบโตขึ้นไปอีกก้าว